ประถมกุ๊กกิ๊ก


ซ้ายไปขวาแถวบน ไอ้ตรี พี่น้ำหวาน ไอ้เตี้ย ผมเอง
แถวล่าง ไอ้โน้ต แจง ไอ้น็อต(หลับตาด้วยนะมึงฮ่าๆ)

ขึ้นป.2(เทอม2) แล้วครับ!
การขึ้นรถน้าแก้วเป็นอะไรที่ลำบากมาก ต้องนั่งเบียดๆกัน(ตอนเรายังตัวเล็กนะ)
และตอนกลับบ้าน เราชอบนั่งหลับและทำขนมที่ถือกลับมาเลอะตัวเองทุกวัน
(มีวันนึงเราเห็นพี่คนนึงกินแตงกวาที่มากับทอดมัน แต่พอดีทอดมันหมดแล้ว
ไม่รู้มันอร่อยตรงไหน จำได้ว่าถามพี่เขาด้วยแหล่ะโคตรฮานึกออกเลยเขียนน่ะ ขำดี)
แม่เราเลยให้เรา ย้ายโรงเรียนมาอยู่โรงเรียนใกล้บ้าน คือโรงเรียนดอนทอง
เป็นโรงเรียนที่ให้อะไรเรามากมาย ยกเว้น "เพื่อนสนิท"

เพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา ก็คือคนในวง แต่ก็สนิทเหมือนไม่สนิท แปลก...
ตอนประถมเราชอบเรียนศิลปะมากๆ เรียนกับครู ระ? นะ? อะไรสักอย่าง
เคยแข่งวาดรูปได้ที่1 ตอนป.อะไรนี่แหล่ะภูมิใจมากๆ วาดม้านิลมังกรกับสุดสาคู
ตอนเด็กๆนะโห ใครวาดวะแม่งโคตรสวย(แหลแต่เด็ก) พอโตมานั่งดู
ทำไมเราวาดสุดสาครหัวเป็นสาคูแบบนั้น ตอนนี้ภาพหายไปแล้ว แย่จริงๆ
(แฟนอาจารย์ชื่อจารย์ดาว ไม่รู้มีลูกยัง จำได้ว่ามีใครเป็นหมันนี่แหล่ะ น่าสงสาร)

ครูที่เป็นต้นแบบของความดี ต้นแบบของความใจดี
เป็นคนที่สอนให้เรารู้ซึ้งถึงคำว่า "ครู" มากๆคือครู "ดลลักษณ์"
รับรองว่าคนที่ได้เรียนกับครู รักครูทุกคน ครูคือสุดยอดดดดดดดจริงๆ

ครูอีกคนหนึ่งคือครูตอนป.4 อาจารย์ประไพ
ครูตัวดำๆ ขำๆ ฮาๆ เตี้ยๆ แต่สุดยอดจะเข้มงวด เข้มข้นสุดๆ
เป็นเปาวุ้นจิ้นตัวเป็นๆ เป็นครูที่เราซึมซับนิสัยมามากๆ อีกคนหนึ่ง

ครูสอนเลขตอนป.4 กับ ป.6 ชื่อไรง่าาาาานึกไม่ออก
แต่จำได้ว่ารักมากๆ ตอนป.4 ครูดุ๊ดุ ดุมากๆ แต่ใจดีมากๆด้วย
มีวันนึงเราลืมทำการบ้าน พอครูเรียกส่งเราตกใจมาก
เราลืม! ลืมแบบว่าสุดๆเลย ยืนค้างอยู่อย่างนั้นแล้วร้องไห้เฉยเลย
ครูตกใจมาก บอกว่าไม่ตีหรอก เพราะำทำดีมาตลอด
ที่ไม่ทำเพราะเกิดอะไรขึ้น เหตุสุดวิสัยหรือเปล่า ครูถามใหญ่เลย
เราก็ตอบว่าเราลืม...ครูก็บอกว่าหนนี้ยกให้ สงสัยครูคงตกใจไม่กล้าตี

ครูตอนป.6 นี่ก็ดุ๊ดุ แต่นิสัยดีมากๆ คล้ายๆกัน
ตอนกลับไปหาเมื่อตอนจบม.ปลาย ครูท่านอื่นบอกว่าเกษียณไปแล้ว
แบบเออลี่ด้วย เพราะว่าเหนื่อย สอนไม่ไหวอะไรนี่แหล่ะ สุขภาพมั้ง
แกเคยให้การบ้านเป็นสิบๆหน้าเลย พวกเราก็อีห้องเด็กดี รวมหัวกัน
นั่งทำกันถึงสี่ทุ่ม (สุดยอดดึกสมัยประถม) วันรุ่งขึ้นปรากฏว่า...
ครูไม่ได้บอกให้ทำวันเดียวให้หมด แต่ไม่ได้บอกว่าให้ส่งวันไหน
ปรกติส่งวันต่อวัน... แทบบ้า แต่ก็สบายไปหลายวันเลยแหล่ะ

มีครูคนนึงที่เราไม่ชอบมากๆ ชื่อไรก็จำไม่ได้
แต่จำได้ว่าสอนภาษาไทย โคตรไม่ชอบแกเลย
ไม่ชอบอีกคนคือ ครูอุษา สอนงานบ้าน จำได้ว่าโหดมาก
เคยดีคนที่ไม่ส่งงานแบบว่า ถอยหนีแล้วยังตามไปตีแบบนี้เลย
โหดมากกกกก เราเคยทำงานฝีมือหาย วันรุ่งขึ้นหยุดเรียนเลย...กลัวจัด
ไม่ว่า แม่จะตี จะว่าไงเราก็ไม่ยอมไปเรียนถ้าหาไอ้ดอกไม้หลอดนั่นไม่เจอ
สรุปว่าหาไม่เจอ ทำใหม่ครับท่าน...แต่ก็รอดตัวไปได้ เพราะหยุดเรียนฮ่าๆ
มีครูอุษาอีกคนคนนี้ก็ไม่ค่อยชอบ ขี้นินทา แต่เฉยๆนะ
ที่ไม่ชอบเพราะแกคุมพวกเด็กรำไทยด้วยแหล่ะ มัน...เป็นศัตรูกับเด็กวงสากลมาก

พูดถึงวง ก็นึกถึงครูทองม้วน สอนดนตรีไทย เป็นคนคุมวงดนตรีไทย
เวลาต้อนรับครูต่างโรงเรียนจะประกอบด้วย สามวงคือ
รำไทย ดนตรีไทย ดนตรีสากลของเรานี่เอง ซึ่งส่วนมากรำไทยจะเด่นๆมากๆ
ประกอบกับมารยาหญิงล้วนๆ เลยเป็นที่ไม่ชอบของวงดนตรีไทย และสากล
แต่เนื่องจากวงดนตรีไทยครูทองม้วนโหดมาก ทำให้แสดงออกไม่ได้มาก
แต่กับวงสากลครูกฤษณะที่เป็นผู้คุม ก็ขำๆ ทำให้ลิงๆอย่างพวกเรา
บู๊กับพวกรำไทยได้บ่อยๆ โอยยยยยฮา เด็กๆ ก็มีสังคม อิจฉากันเป็นนะนี่ขำว่ะ

ครูกฤษณะ คือครูสอนดนตรี ที่พวกเราไปซ้อมกันทุกวั๊นทุกวัน
ตั้งแต่ไปถึงโรงเรียน ก็ไปคลุกซ้อมกัน เล่นกัน เปิดแอร์เครื่องนึงเล่นกัน
กลางวันก็ไป เย็นก็ไป เป็นอยู่แบบนี้ตั้งแต่เราป.3 จริงจังๆตอนป.4

เราว่าตอนเด็กๆพวกเรานิสัยไม่ดีมากๆ เอาแต่ใจเพราะครูกฤษณะใจดีมาก
(โทษกันเห็นๆ) หลายครั้งที่เราบู๊ใส่แบบไม่มีเหตุผล อยากได้อะไรแบบไร้เหตุผล
แต่บ่อยครั้งเราคิดว่าครูก็เหมือนหลอกใช้เรายังไงไม่รู้ ไม่รู้สิก็รู้ว่าครูเขาดีนะ
แต่ไม่ประทับใจน่ะ อาจจะเป็นเพราะโตมากแล้วก็ไม่รู้...แต่ก็รักครูกันทุกคนแหล่ะ

ขอโทษที เขียนแบบไม่เรียบเรียงใดๆทั้งสิ้น
ทำไมชีวิตประถมมันย๊าวยาว รู้งี้แยกภาคดีกว่า แต่ชั่งเหอะขี้เกียจแล้ว

ป.ล.คั่นไปหลายบทความ อยู่ๆสมองมันก็แล่น เลยขาดช่วงไปซะ...นาน
ความจริงก็ยังแล่นอยู่แต่ไม่อยากให้นานกว่านี้แล้วเลยอัพดีกว่า

สามล้อฮีโร่

น้าแก้วเป็นคนขับสามล้อธรรมด๊าธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวยอะไร
ช่วงนั้นเรานั่งรถประจำกับแกตอนกลับบ้าน (ตอนอยู่เซนต์แอน)
แกจะรับเด็กที่อยู่ไกลสุดก่อนคือที่เซนต์แอน เซนต์หลุยส์ วัดเมือง ตามลำดับ

เวลาไปจอดที่วัดเมือง แกจะให้เด็กทุกคนลงไปกินขนม
ซึ่งแกมักจะให้เงินเด็กๆไปกินขนมเสมอ โดยเฉพาะเรา
ตอนนั้นบ้านเราคงจนสุดในรถ ครั้งละสองบาท(กินได้สองอย่างเลยนะ)

มีวันนึง แกบอกถามว่าเงินเหลือไหม ถ้าเหลือให้เลี้ยงขนมน้าคืน2บาท
ตอนนั้นเรางงๆ เอ๊ะน้ามาเอาเงินจากเราทำไม ธรรมดาให้เราตลอด
น้าบอกว่าต้องรู้จักให้บ้าง เราก็เลยให้ไปแบบไม่พอใจนัก
พอเราย้ายโรงเรียน ก็ไม่ได้เจอน้าแก้วอีก

ตอนเด็กๆเราไม่เข้าใจที่น้าพูดเท่าไร แต่คำพูดที่ไม่เข้าใจนี่แหล่ะ
มันติดอยู่ในหัวตลอด พอโตมาถึงเข้าใจ และมีอีกหลายเรื่องที่น้าสอน
แต่เราจำไม่ได้เท่าไร แต่รู้เลยว่าน้าเป็นต้นแบบ "คนดี" สำหรับเราเลย

หลังจากนั้นเราได้เจอหน้าแก้วสองครั้งโดยบังเอิญ ตอนม.ปลาย
และก็ช่วงจบม.ปลาย เหมือนว่าน้าจะกลับมาขับสามล้อปกติแล้ว
มีอยู่วันนึงเรากลับจาก กทม.อารมณ์เสียเรื่องไรไม่รุ้ แต่คือสุดๆ
เจอน้าตอนลงจากรถ เราไม่ทันได้มอง ตอนหลังรู้สึกว่าใช่น้าแน่ๆ
แต่เราไม่ได้กลับไปทัก เพราะหงุดหงิดอยู่ ตอนนี้รู้สึกว่าควรจะทักน้าเขา
ถ้าเขาเห็นเราด้วย เขาคงรู้สึกแย่ที่เราไ่ม่ได้ทักเขาแน่ๆ...

น้าแก้วก็เป็นคนขับสามล้อธรรมด๊าธรรมดา
ตอนนี้ก็ยังธรรมด๊าธรรมดาอยู่เหมือนเดิม

แต่น้าแก้วก็เป็นคนขับสามล้อที่เป็นฮีโร่ของเราเสมอ :]

ป.ล.เหนื่อยมากๆ เปิดเทอมมาอาทิตย์แรก ร่างกายไม่ปรับตัวเท่าไร
สมองด้วย...ภาษาญี่ปุ่นแบบว่าลงหลุมไปอย่างกู่ไม่อยากกลับ
เพิ่งเรียนไป 3วัน 3วิชา เจองานไป 7ชิ้นโอ้ววววจอร์ช
พรุ่งนี้จะนอนให้เต็มที่ จะจัดบ้าน จัดเสื้อผ้า เจอนัดอีก...เฮ้ออออ

อนุบาลหมีดำ

ชีวิตวัยเตรียมอนุบาลถึงอนุบาลจะเป็นช่วงที่
เราเริ่มมีความจำกันแล้ว (เหมือนกันทุกคนแหล่ะมั้ง)

แต่ก็เหมือนทีวีเก่าๆ ในชนบทอันห่างไกล
คลื่นแห่งความหลัง พากันส่งเสียง....ซ่าา....ซ่าาาาา...
ในความเลือนลางนั้น ก็มีความจำเป็นกลุ่มก้อนอยู่บ้าง

ใครคนหนึ่ง...ตรียมอนุบาลอโนทัย
มีเด็กผู้หญิงคนนึงที่เราสนิทหรือเปล่าไม่รู้จำไม่ได้
แต่จำได้ว่า เราจำได้แม่นมากๆ (เอ๊ะ...รักแรก?)
แต่จำได้แค่นี้แหล่ะ ชื่อก็จำไม่ได้ แต่รู้สึกดีทุกทีที่นึกถึง
(ตอนนั้นเรายังผอมเพรียว โอ้ย...คิดถึงหุ่นแห่งความหลัง)

เพื่อนสนิทคนแรก...อนุบาลเซนต์แอน
ย้ายมาเสร็จโดนซ้ำชั้นทันที เพราะแม่บอกจะได้ตามเก่งๆ
(ตอนอยู่ กทม. เข้าเรียนก่อนเกณฑ์ ทีนี้แม่เลยกลัวลูกจะโง่...)
สนิทกับเพื่อนคนนึงชื่อไอ้อู๋ กินข้าวกลางวันกับมันทุกวัน
ข้าวกล่องด้วยนะ พอขึ้นป.2 ก็ต้องย้ายโรงเรียนไปเรียนที่ดอนทอง
ตอนนั้นเขียนจดหมายให้ไอ้อู๋ด้วย (น้ำเน่าแต่เด็ก...เลย)

พี่เดือน พี่ดวง
พี่ทั้งสองคนเป็นคบ้านเดียวกันกับพ่อเรา
แม่เราเปิดร้านทำผมและรับพี่มาเป็นลูกจ้าง
พี่เดือนลี้ยงเรามาตลอดตอนอยู่ กทม ตั้งแต่เราเกิดเลย
ส่วนพี่เดือนเลี้ยงเราตอนอยู่แปดริ้ว ไปรับไปส่งเราทุกวัน
พาเราแวะกินน้ำจรวดทุกวันเลย...

ตอนนี้พี่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ที่บ้านเราแล้ว
พี่เขาแต่งงานกับช่างในอู่ของพ่อเรา ออกเรือนกันไปหมดแล้ว
พี่เดือนค่อนข้างสบาย แต่พี่ก็ลำบากหน่อยเพราะสามี
ก็ยังได้เจอพี่เดือนอยู่บ้าง แต่พี่ดวงไม่ได้เจอนานแล้ว...คิดถึงจัง

อี๊ปาน ทำไมเราเลยพี่ปานเรียกอี๊ก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว
อี๊เป็นคนที่เลี้ยงเรามาคู่กับพี่เดือนแต่ตอนนี้ไม่ได้เจอแล้ว
เป็นคนที่โคตรจะใจดีที่สุดตั้งแต่เราเคยเจอมา
อาบน้ำให้เรา ทำกับข้าวก็เก่ง ทำความสะอาดก็เรียบร้อย
เราไปซ่อนก็เป็นคนไปหาเราจนเจอ ฯลฯ
นิสัยประมาณนางเอกหนังไทย กินน้ำส้ม อะไรแบบนั้นเลย
คิดถึงอี๊มากๆ แม่บอกว่าแต่งงานไปแล้ว แต่สามีไม่ดี(อีกแล้ว)
เลยลำบากมากเลยตอนหลัง แม่เราเคยไปหาพี่เขาด้วย
พี่เขาไม่กล้ามาหาแม่เราเลย เพราะเกรงใจ

ชีวิตวัยเด็กที่เลือนลางก็ประมาณนี้...ซ่าาา...ซ่า...ซ่าซ่าาาา


ป.ล.ช่วงนี้เป็นช่วงซากุระบาน เที่ยวแหลกเลย รู้สึกร่างกายโทรมมาก
ไปกินบุฟเฟ่ต์ปูมาเมื่อสามวันก่อน แต่ไม่มีรูปปูเลยเพราะมัวแต่ห่วงกิน -_-"
ถัดมาก็เที่ยวดูซากุระอย่างเดียว โอยยยยรูปท่วมไม่ได้ทำเลย

ป.ล.2 ที่มีเรื่องจักรยานเมื่อหลายวันก่อน สรุปโดนตำรวจเรียกไปโรงพักเลย
จักรยานแม่งขโมยมา...พี่ไก่ได้มาจาพี่กอล์ฟ อีพี่กอล์ฟแม่งเอามาจากไหนไม่รู้
กว่าจะจบเรื่อง ด่ากับตำรวจซะหลายยก ทำเหมือนเราเป็นโจรเลยแม่ง...เลว

เพื่อนคนแรก

"เกิดมาปุ๊บก็รู้จักกันปั๊บ
เขาเจอเราปุ๊บ เขารักเราปั๊บ"

ครอบครัวนี่เอง


ถ้าพูดถึงพ่อแม่...
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่อยากพูดถึงเท่าไรนัก
เพราะเจอกันมาตั้งแต่เกิด เลยเฉยๆ...(เลวเนอะ)

แต่พอโตขึ้น เข้าใจโลก เข้าใจตัวเองมากขึ้น
ก็เลยเข้าใจว่า คำว่ารักที่ตัวเราใช้อยู่นั้น มันเทียบไม่ได้เลย
กับคำว่า "รัก" ที่พ่อแม่บอกเรา

เรื่องย่อๆ
ตอนเด็กๆเราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับลูกจ้างของแม่เรา
ทั้งพี่ทั้งน้องเลย จนเราขึ้นอนุบาล3 ถึงย้ายมาอยู่แปดริ้ว
มาอยู่ด้วยกันทั้งหมด จากนั้นก็เหมือนครอบครัวทั่วไป

แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกับพ่อกับแม่นัก เพราะงานยุ่ง
และเขาก็ให้เราเรียนพิเศษทุกวันๆ (ไม่ค่อยเรียนเท่าไรหรอก)
แต่มันก็เหมือนว่าอยู่กับคนอื่นมากกว่าอยู่ดี

แต่พอโตๆ มาก็เข้าใจเขานะ เลยพยายามอยู่ด้วยกันให้มาก
ไปนั่งนวดให้เขา ไปนั่งคุยนั่งเล่น ดูทีวีด้วยกัน ทุกวัน
ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยทำเลย...

ส่วนพี่เรา ก็ไม่ค่อยสนิทกัน
เวลาคุยกันก็เหมือนสนิทกันแหล่ะ พูดจริงๆมันก็สนิทแหล่ะ
แต่ก็เหมือนไม่สนิท... ก็อยากให้อะไรมันดีกว่านี้
หวังว่ามันจะเปลี่ยน ไม่ต้องดีกับเราก็ได้
แค่ดีกับพ่อแม่ให้มากกว่านี้สักหน่อยก็ยังดี

ถ้าไม่มีครอบครัว ชีวิตเราคงไม่ได้มาถึงตรงนี้
อย่าว่าแต่ตรงนี้เลย ยังไม่ได้เกิดด้วยซ้ำ...

แต่จะช้าเร็ว สักวันก็ต้องจากกัน เวลาที่เหลืออยู่มันมีค่านะ
ก็เลยจะทำดีให้เพื่อนคนนี้เท่าที่จะทำได้ ในตอนนี้แหล่ะ

ป.ล.วันนี้โดนตำรวจเรียกสองรอบ แม่ง...รอบแรกเรียกก็นึกว่าจบ เสือกขี่จักรยานตามมาอีก
ตามมาทำไรเนี่ย...แค่จักรยานไม่มีกุญแจ
เข้าใจนะว่าหน้าที่ แต่รอบเดียวไม่พอเหรอ...เซ็ง
(จักรยานมันเก่าแล้วกุญแจมันพัง เลยซื้อแบบคล้องมาใช้แทน)

โครงการหน้า

พักหลังๆนี่ รู้สึกว่าเขียนบล็อกดีๆ ไม่ออกเลย
บล็อกดีๆ คือ อ่านแล้วรู้สึกว่า เออมันเข้าไปในสมอง
มันทะลวงทะลุใจ อะไรทำนองนั้น...ไม่มีเลย T-T

ในเมื่อไอเดียมันเริ่มหดหายถอยถด
ก็เลยหาอะไรมาคั่นไอเดียก่อนด้วยโครงการ
เพื่อนรักนักศึกษา อ๊ะไม่ใช่

"บุคคลสำัคัญ" ต่างหาก

คงเขียนได้มากมายหลายบล็อกอยู่
แล้วเจอกันบล็อกหน้าครับผม

ป.ล.จะเปิดเทอมแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ความจริงก็เป็นหลายชิ้นหลายอันแล้ว แต่ที่อยากทำยังมีอยู่ เฮ้อ...รู้สึกใช้เวลาแบบไร้สาระมากเกินไปหน่อย
ป.ล.2 วันก่อนไปเที่ยวบ้านอาจารย์คาชิกาว่ามา สนุกดีขำโคตร เมาท์กระจาย
วันนี้เลยไปเลี้ยงข้าวแก พรุ่งนี้ไปเที่ยวกับพี่แพะต่อ น่าจะมันส์...คิดว่านะ

top