เรื่องเก่า

ที่เราเคยโกรธ
ที่เราเคยเจ็บ


หากเราลืมมันไปได้แม้ในช่วงนึง
ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการให้อภัยแล้ว

Philips MCD-908

เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าเป็น "หนี้" อย่างจริงจัง
เคยลองฟังเครื่องเสียงตัวนี้ที่โฮมโปร เมื่อปีที่แล้ว 
ตั้งแต่มันออกใหม่ๆ นั่นแหล่ะ

พอยืนอยู่เบื้องหน้ามันนะ เหมือนตัวเราหลุดหายไปในจักรวาลอื่นเลย
แต่เนื่องจากราคาสุดกู่ของมัน จึงคิดแล้ว คิดอีก คิดเล่า
เพียรแวะเวียน ไปเยี่ยมมันตามห้างเครื่องเสียงต่างๆ อยู่เสมอๆ
ไปกับใครก็ชวนไปยืนฟัง จนเขารู้กันทั่ว ว่ากุอยากได้มากกกกก

ผ่านไปด้วยเวลาเป็นปีๆ ราคาลด 60% แบบนี้ ไม่สอยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว
ลงไปดิ้นๆ ยอมใช้เงินเก็บทั้งหมด(ที่ไม่ค่อยจะมี) และกู้เงินแม่อีกจำนวนหนึ่ง
ซื้อมาก็เครียด แต่ไม่ซื้อท่าจะเครียดกว่า ฮ่าๆ

ตอนนี้ยังไม่ผ่านช่วง burn-in แต่ก็เพราะในระดับนึงแล้ว 
เสียงหวานๆ อู๊ยยยยยยส์ 
ผลาญค่าเครื่องไปยังไม่พอ มันยังทำให้เราขวนขวาย
ไปหาแผ่นเพลงเพราาะ ที่เราชอบ ซื้อมาฟังกับมันอีก
เฮ้อ...

สงครามนี้อีกยาวไกล
หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ T-T


บรรยายความเพราะของมันไม่ถูก
ลองอ่านรีวิว จากโปรๆเขาดูละกันครับ จากเว็บออดิโอทีม

(บอกไว้ก่อนว่า ไอ้อาการประทับใจตัวมันนั้นนี้ เกิดขึ้นก่อนจะได้อ่านรีวิว
แต่หลังจากอ่านแล้ว ยิ่งลึกซึ้ง และคิดว่าคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก)

5บาท

สมมุติว่า
คุณอยู่ในรถตู้คันหนึ่ง




ค่าโดยสารคนละ 25บาทตลอดสาย
คุณจ่ายไปตามจำนวน ทุกคนจ่ายหมด




แต่พอนับดู เงินขาดไป 5 บาท..!




ถ้าคุณเป็นคนขับคุณจะเลือก...
ก.ช่างมัน
ข.ทวงอีกห้าบาท
ค.คืนเงินและ...จอด



ถ้าคุณเป็นผู้โดยสารคุณจะเลือก..
ก.ช่างมัน
ข.ช่วยทวงอีกห้าบาท
ค.ควักให้เขาไปอีกห้าบาท



แต่กุดันเจอกับตัวเอง
มันเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจมาก
ที่เงินห้าบาททำให้คนทั้งรถเครียด กันได้ขนาดนี้



ตอนที่ทุกคนรวมเงินให้คนขับ
คนขับก็ขับเควี่ยมาก ตอนส่งเงินกันเกือบครบแล้ว
เหมือนเงินจะหล่น แล้วก็ก้มเก็บกันจนครบ
แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ครบ...






ขาดไป ห้าบาท







คนขับเลือก ที่จะทวง แล้วตามด้วยด่า
แล้วตามด้วยคืนเงิน เพื่อ?



แต่เจ๊คนสวยที่นั่งข้างหน้าผม ควักจ่ายให้
คนขับรับเงินมานับอย่างสบายใจ แล้วก่นด่า เรื่องเงินนั้น
แต่คนขับก็ยังขับรถเควี่ยๆ เหมือนเดิม



คนนั่งก็รู้สึกเหมือนโดนโกง กุจ่ายไปครบแล้ว
แล้วทำไมกุต้องจ่ายอีกด้วย



คนขับก็รู้สึกเหมือนโดนโกง แม่งนั่งกันเฉย
มาโกงกุกันทำไม



แต่เจ๊คนสวย คงคิดว่า ถ้าห้าบาทยุติทุกอย่างได้
กุยอมเสียรมณ์โดนโกงคนเดียว แต่เสียสละ ควักจ่ายให้ก็ได้





กุว่าคนขับแม่งโกง
เพราะแม่งเอาเงินจากเจ๊คนสวยไปอีกห้าบาท
ทั้งๆที่เขาจ่ายครับแล้ว





แต่ถ้าคนขับไม่เอาเงิน
กุก็ว่า ไอ้พวกคนนั่งแม่งโกง (กุด้วย)
แต่สุดท้ายคนขับแม่งก็เอา




แต่กุว่าทุกคนแม่งโกง
ยกเว้นเจ๊คนสวย





เป็นอันสรุปได้ว่า ในรถนี้ทุกคนคิดว่า
ใครเสียประโยชน์ก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กุ






กุว่าโลกนี้มันคงดี ถ้ามีคนอย่างเจ๊คนสวยนี่เยอะๆ






แต่กุว่าที่โลกนี้มันเป็นแบบนี้อยู่
ก็เพราะมีแต่คนคิดว่าตัวเองโดนโกง ไม่เสมอภาค
พอมีโอกาสจะหาประโยชน์ให้ตัวเองได้ เลยตักตวงกันใหญ่เลย
โดยไม่สนว่า ไอ้สิ่งได้มานั้น มันมาจากความไม่ยุติธรรมหรือเปล่า
มันมาจากการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นอยู่หรือเปล่า





กุเพิ่งเข้าใจนี่แหล่ะว่า...
จะนักการเมืองการแม้ว
หรือคนที่ด่านักการเมือง









แม่งก็ชอบทำสันดานเหมือนๆกัน







ป.ล.2 หลังลงจากรถ กุได้ไปซื้อไก่ทอด แม่ค้าสับให้ แล้วเผอิญ...มันกระเด็นลงจากเขียงไปชิ้นนึง กุเสียดายมากกกกก เพราะกุอยากกินตรงนั้นพอดี แต่กุก็คิดว่าไม่เป็นไร มันอันนิเดียวเอง แม่ค้าแกยิ้มๆ แล้วหยิบไก่ทอดชิ้นเล็ก (ที่มันใหญ่กว่าชิ้นที่ตกเขียงไปมากๆ) ใส่ถุงให้กุ โอ้...กุรักแม่ค้าขึ้นทันที

ป.ล.1 กุขอด่าไอ้คนขับหน่อย หยาบคายมาก รับไม่ได้ข้ามไปเลยนะครับ ทำไมมึงไม่คิดบ้างล่ะว่า ที่เงินมันไม่ครบ เพราะมึงขับเควี่ยมากๆ ถ้ามึงไม่ขับแบบนั้น เงินแม่งไม่หายหรอก ถ้ายี่สิบบาทยอมจ่าย จะงกทำแม้วไรวะ ห้าบาท ฟาย แล้วมึงก็ทำให้ทุกคนรู้สึกผิด ว่าโกงมึง แต่มึงขับรถเควี่ยจริงๆ ถ้ากุเป็นสิบล้อหนึ่งในหลายๆคันที่มึงตีไฟใส่นะ กุถอยมาชนมึงแล้ว แสรด รถเข้าซอย ก็วิ่งได้ทีละคัน แล้วมึงจะตีไฟให้เขาหลบมึงยังไง ให้ไปวิ่งบนกบาลแ่ มึงเหรอ แสรดดดดดดดด 

แคร์

ถ้าคนเราแคร์ใครซักคนจริงๆ
เราจะยอมลดการกระทำที่ทำให้เค้าเสียใจได้

ช่วงนึง

ช่วงนี้ห่างหายจากบล็อกไปนานมาก
ด้วยความยุ่งจากงาน และเรื่องรอบตัว

ตอนนี้หายยุ่งไปบ้างแล้ว แต่ความสุขอุ่นๆ
ที่กรุ่นอยู่ ทำให้เราไม่อยากจากมันไปทำอย่างอื่น
(เป็นข้ออ้างของการไม่เขียนบล็อก 55)



บล็อกวันนี้
ขอเป็นเพียงบันทึกเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้สักหน่อย

สุขในเรื่องงาน
งานคืนสู่เหย้าที่ผ่านไป ประสบความสำเร็จด้วยดี
ได้ใช้ความสามารถของตัวเอง ในสายของตัวเองเต็มที่
งานนี้ให้อะไรกับเรามาเยอะ แต่แย่ตรงที่
ไม่ค่อยมีเวลาให้ที่บ้านเลยช่วงนั้น

สุขเรื่องคนรอบตัว
มีเพื่อนใหม่
ที่กำลังจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิท
ที่น่าจะสำคัญกับตัวเรามากในหลายปีข้างหน้านี้


มีรุ่นน้องน่ารักๆ เพิ่มขึ้นสองรุ่น
คงมีโอกาสได้พบปะ สังสรรค์กันอีก ตามวาระ


ใช้เวลากับเพื่อนเก่า
สร้างความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้าไปมากกว่าเดิม
มองเห็นอะไรๆ ที่เคยมองผ่านๆ
เจออะไรดีๆ ที่เคยมองข้ามไป


เที่ยวกับเพื่อนรัก
เวลาดีๆ ที่อยากให้มันยาว ไปอีกนานๆ
ไม่ได้ลุย ไม่ได้เปี้ยว เหมือนวัยรุ่น
แต่กลับลึก คุ้มและรู้สึกดีกว่าที่เคยๆ




มากกว่านี้ ยังไม่เคยเจอ
แต่ตอนนี้ อบอุ่นที่สุดในชีวิตแล้ว :)

top